
งานเดลิเวอรี่ทุกวันนี้แข่งขันกันด้วยความเร็ว ความแม่นยำ และความพร้อมของไรเดอร์ในแต่ละรอบส่ง ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานก็คือ “มอเตอร์ไซค์ส่งของคู่ใจ”
รถมอเตอร์ไซค์ส่งของที่คุ้มค่าต้องช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา และรองรับการใช้งานหนักตลอดทั้งวันได้อย่างสบายใจ แต่จะเลือกมอเตอร์ไซค์ส่งของแบบไหนที่เหมาะกับสไตล์งานของคุณจริง ๆ? วันนี้เราจะพาไปดูวิธีเลือกมอเตอร์ไซค์ส่งของให้ตรงกับการใช้งานของไรเดอร์แต่ละแบบอย่างชัดเจน!
งานเดลิเวอรี่ต้องเจอสถานการณ์หลากหลาย ทั้งการจอด-ออกตัวตลอดเวลา รถติด ถนนแคบ ฝนตก หรือบางพื้นที่มีทางขรุขระ รถที่ไม่เหมาะกับสภาพงานจะทำให้ไรเดอร์เสียทั้งเวลาและต้นทุน เช่น รถกินน้ำมัน เครื่องทำงานหนักเกินไป หรือความคล่องตัวไม่เพียงพอเวลาเข้าซอยแคบ ๆ การเลือกให้ตรงงานคือปัจจัยที่จะช่วยให้ไรเดอร์ทำงานได้ไหลลื่น ตั้งแต่การรับออเดอร์แรกจนถึงงานสุดท้ายของวัน
สกูตเตอร์ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมของไรเดอร์ที่ต้องวิ่งในพื้นที่ที่รถติดเป็นประจำ เพราะระบบเกียร์ออโต้ทำให้ขับง่ายมาก โดยเฉพาะการจอด-ออกตัวถี่ ๆ ที่พบแทบทุกชั่วโมงของงานเดลิเวอรี่
นอกจากนี้สกูตเตอร์ส่วนใหญ่ยังมีพื้นที่เก็บของใต้เบาะกว้าง ทำให้สามารถใส่ของส่วนตัว เอกสาร หรืออุปกรณ์ทำงานได้ครบโดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเติม ตัวรถเตี้ยขึ้นลงง่าย เหมาะกับไรเดอร์ที่ต้องหยุด-ส่งวันละหลายสิบรอบ ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อยล่าจนเกินไป
อย่างไรก็ตามสกูตเตอร์บางรุ่นอาจมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่น้อยกว่ารถครอบครัว หากใครต้องวิ่งวันละหลายสิบกิโลเมตรต่อเนื่อง ก็ควรเช็กข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองจากผู้ใช้จริงให้แน่ใจว่าสามารถรับต้นทุนน้ำมันได้ ควบคู่กับตรวจสอบความแข็งแรงของเฟรมหลังหากต้องติดกล่องใบใหญ่
รถครอบครัวคือรถที่ไรเดอร์ระดับมืออาชีพนิยมใช้มากที่สุด เพราะค่าดูแลต่ำ ประหยัดน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด และเครื่องยนต์ทนทานเหมาะกับการใช้งานหนักตลอดทั้งวัน รวมถึงโครงสร้างของรถกลุ่มนี้ยังแข็งแรงพอจะรองรับกล่องหลังที่มีน้ำหนักมากอีกด้วย
รถครอบครัวจึงตอบโจทย์ไรเดอร์ที่ต้องวิ่งงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ มีระยะทางเฉลี่ยต่อวันค่อนข้างเยอะ และต้องการรถที่นำไปติดอุปกรณ์เสริม เช่น กล่องหลังหรือแร็ค เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องโครงสร้าง แต่ถึงแม้จะคล่องตัวน้อยกว่าสกูตเตอร์ในบางจังหวะ แต่เรื่องความคุ้มค่า ความแกร่ง และราคาดูแลที่ไม่สูง ทำให้รถครอบครัวยังคงเป็นเบอร์หนึ่งของงานส่งของมาอย่างยาวนาน
สำหรับไรเดอร์ที่ต้องวิ่งนอกเมือง เจอถนนลูกรัง ทางขรุขระ หรือเส้นทางที่มีเนินและโค้งเยอะ รถครอสโอเวอร์และเนกเก็ตขนาดเล็กเป็นทางเลือกที่เหมาะมาก เพราะมีช่วงล่างที่แข็งแรงกว่าปกติ เกาะถนนดี และให้ความมั่นคงมากขึ้นเวลาบรรทุกกล่องหลัง
แม้ราคาจะสูงกว่ารถครอบครัว และกินน้ำมันมากขึ้นเล็กน้อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเจอเส้นทางหลากหลายทั้งวัน และต้องการรถที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับในระยะยาว
ช่วงเครื่องยนต์ที่เหมาะที่สุดสำหรับงานเดลิเวอรี่ทั่วไปคือ 110-150 cc เพราะให้พลังเพียงพอต่อการเร่งแซงในเมือง ประหยัดน้ำมันดี จึงคุ้มค่าที่สุด
แต่ถ้าต้องวิ่งต่างจังหวัดหรือขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากเป็นประจำ เครื่องยนต์ 150 cc ขึ้นไปจะช่วยให้เครื่องไม่ทำงานหนักเกินไปและยืดอายุการใช้งานของรถได้มากขึ้น
1. ความประหยัดน้ำมัน
ไรเดอร์ต้องวิ่งทั้งวัน ต้นทุนน้ำมันจึงเป็นเรื่องใหญ่ รถที่ประหยัดเชื้อเพลิงจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริงในทุกเดือน ทำให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นอย่างเห็นผล
2. ระบบเบรกและความปลอดภัย
งานส่งของเต็มไปด้วยสถานการณ์คาดไม่ถึง ระบบเบรกอย่าง ABS หรือ CBS ช่วยให้หยุดรถได้มั่นคงขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเบรกกะทันหัน และเพิ่มความปลอดภัยในทุกกิโลเมตรที่วิ่ง
3. สรีระของรถและความสบายในการขับขี่
ความสูงเบาะ ตำแหน่งวางเท้า และการขึ้นลงรถล้วนมีผลต่อความล้าของไรเดอร์ หากต้องหยุดส่งหลายรอบต่อวัน รถที่ขึ้นลงง่ายและนั่งสบายจะช่วยให้ทำงานได้นานขึ้นโดยไม่เมื่อยเกินไป
4. ความแข็งแรงของเฟรมและแร็คหลัง รวมถึงบริการหลังการขาย
กล่องหลังของไรเดอร์มีน้ำหนักไม่น้อย รถที่เฟรมแข็งแรงจะช่วยให้ทรงตัวดีเวลาเข้าโค้ง ส่วนศูนย์บริการและราคาอะไหล่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะงานเดลิเวอรี่ต้องใช้รถหนักกว่าปกติ การมีศูนย์ใกล้บ้านและอะไหล่ไม่แพงช่วยลดเวลาหยุดงานได้มาก
ดังนั้นการเลือกมอเตอร์ไซค์ส่งของจึงต้องมองจากเส้นทางที่ใช้จริงระยะทางเฉลี่ยต่อวัน และรูปแบบงานที่ทำ หากเพื่อน ๆ เลือกถูกตั้งแต่ต้น ความประหยัด ความปลอดภัย และความสบายในการขับขี่จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความห่วงใยจาก 35 ยนตรการครับ