
เพื่อน ๆ ที่เพิ่งซื้อมอเตอร์ไซค์มาใหม่และยังไม่มีเวลาไปโอนกรรมสิทธิ์ อาจเผลอคิดว่า “ไม่ต้องรีบโอนก็ได้ ยังไงก็ขี่ได้เหมือนเดิม” หรือบางคนเลือกโอนลอยไว้ก่อน แล้วตั้งใจว่าจะค่อยกลับมาจัดการทีหลัง
ความคิดแบบนี้ต้องระวังให้ดี เพราะการไม่โอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่แบบไม่รู้ตัว ทั้งเรื่องค่าปรับ ความรับผิดทางกฎหมาย ไปจนถึงกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุหรือถูกนำไปใช้ผิดกฎหมาย ในขณะที่ชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียนยังเป็นของคุณอยู่
วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาเช็กให้ชัดว่าการโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์มีรายละเอียดอะไรบ้าง ตั้งแต่รูปแบบการโอน เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการดำเนินการ ไปจนถึงค่าใช้จ่าย มาดูกันเลย!
การโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่
โอนตรง คือการที่ผู้โอนและผู้รับโอนไปดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบกพร้อมกัน เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสาร ตรวจสภาพรถ และเปลี่ยนชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียนทันที แบบนี้ถือว่าถูกต้อง ครบถ้วน และปลอดภัยที่สุด
โอนลอย คือการที่เจ้าของเดิมเซ็นเอกสารโอนล่วงหน้า แล้วผู้รับโอนนำไปดำเนินการเองภายหลัง ฟังดูสะดวก แต่มีความเสี่ยงสูง เพราะถ้าผู้รับโอนไม่ไปโอนจริง รถยังคงเป็นชื่อเจ้าของเดิมตามกฎหมาย
ปัญหาที่พบบ่อยของการโอนลอย คือรถถูกนำไปขายต่อหลายทอด เกิดอุบัติเหตุ หรือใช้ก่อเหตุผิดกฎหมาย แต่ชื่อในระบบยังเป็นคุณอยู่ ซึ่งตามกฎหมายแล้ว คุณอาจต้องเข้าไปชี้แจงหรือรับผิดชอบในบางกรณี
การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก จะช่วยให้ขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์ไม่สะดุด
- เล่มทะเบียนตัวจริง
- บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
- แบบคำขอโอนและรับโอน (เซ็นชื่อเรียบร้อย)
- บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
- สำเนาทะเบียนบ้าน (ในบางกรณี)
- เงินสำหรับค่าธรรมเนียมและค่าอากร
หากมีการมอบอำนาจ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจให้ครบถ้วน
1. นำรถเข้าตรวจสภาพ เจ้าหน้าที่จะตรวจเลขเครื่องและเลขตัวถังให้ตรงกับข้อมูลในเล่มทะเบียน
2. ยื่นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดที่ช่องบริการของกรมการขนส่งทางบก
3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และคำนวณค่าธรรมเนียมพร้อมค่าอากรแสตมป์
4. ชำระค่าธรรมเนียมตามที่แจ้ง
5. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลเจ้าของใหม่ลงในระบบ และแก้ไขชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียน
เมื่อดำเนินการครบทุกขั้นตอนแล้ว การโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย ขี่ใช้งานต่อได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลปัญหาตามมาครับ
ค่าธรรมเนียมการโอนจะคิดตามมูลค่าของรถ โดยทั่วไปอยู่ในหลักสิบถึงหลักร้อยบาท ค่าอากรแสตมป์จะคิดตามราคาซื้อขายที่ระบุในเอกสาร หากระบุราคาต่ำเกินจริง อาจถูกเจ้าหน้าที่สอบถามหรือประเมินใหม่
ดังนั้นควรเตรียมเงินเผื่อไว้เล็กน้อยจะช่วยให้ขั้นตอนไม่สะดุด และไม่ต้องเสียเวลาเดินเข้า-ออกหลายรอบ
- เจ้าของเดิมอาจถูกเรียกให้รับผิดชอบ หากรถไปเกิดอุบัติเหตุ
- ปัญหาเรื่องใบสั่ง ค่าปรับ หรือภาษีค้างชำระย้อนหลัง
- ผู้รับโอนไม่สามารถต่อภาษี หรือทำธุรกรรมเกี่ยวกับรถได้
- รถมีประวัติไม่ชัดเจน ขายต่อยาก ราคาตก
การโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์อาจดูเป็นเรื่องเอกสาร แต่ผลของมันกระทบทั้งเงิน เวลา และความสบายใจในระยะยาว ถ้าคุณกำลังจะซื้อหรือขายรถ อย่ามองข้ามขั้นตอนนี้เด็ดขาด ด้วยความห่วงใยจาก 35 ยนตรการครับ