โอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์มีผลอะไรบ้าง ถ้าไม่โอนให้ถูกต้อง?

February 17, 2026
โอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์

เพื่อน ๆ ที่เพิ่งซื้อมอเตอร์ไซค์มาใหม่และยังไม่มีเวลาไปโอนกรรมสิทธิ์ อาจเผลอคิดว่า “ไม่ต้องรีบโอนก็ได้ ยังไงก็ขี่ได้เหมือนเดิม” หรือบางคนเลือกโอนลอยไว้ก่อน แล้วตั้งใจว่าจะค่อยกลับมาจัดการทีหลัง

ความคิดแบบนี้ต้องระวังให้ดี เพราะการไม่โอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่แบบไม่รู้ตัว ทั้งเรื่องค่าปรับ ความรับผิดทางกฎหมาย ไปจนถึงกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุหรือถูกนำไปใช้ผิดกฎหมาย ในขณะที่ชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียนยังเป็นของคุณอยู่

วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาเช็กให้ชัดว่าการโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์มีรายละเอียดอะไรบ้าง ตั้งแต่รูปแบบการโอน เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการดำเนินการ ไปจนถึงค่าใช้จ่าย มาดูกันเลย!

โอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์มีกี่แบบ?

การโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

1. โอนตรง 

โอนตรง คือการที่ผู้โอนและผู้รับโอนไปดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบกพร้อมกัน เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสาร ตรวจสภาพรถ และเปลี่ยนชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียนทันที แบบนี้ถือว่าถูกต้อง ครบถ้วน และปลอดภัยที่สุด

2. โอนลอย 

โอนลอย คือการที่เจ้าของเดิมเซ็นเอกสารโอนล่วงหน้า แล้วผู้รับโอนนำไปดำเนินการเองภายหลัง ฟังดูสะดวก แต่มีความเสี่ยงสูง เพราะถ้าผู้รับโอนไม่ไปโอนจริง รถยังคงเป็นชื่อเจ้าของเดิมตามกฎหมาย

ปัญหาที่พบบ่อยของการโอนลอย คือรถถูกนำไปขายต่อหลายทอด เกิดอุบัติเหตุ หรือใช้ก่อเหตุผิดกฎหมาย แต่ชื่อในระบบยังเป็นคุณอยู่ ซึ่งตามกฎหมายแล้ว คุณอาจต้องเข้าไปชี้แจงหรือรับผิดชอบในบางกรณี

เช็กลิสต์เอกสารโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์

การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก จะช่วยให้ขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์ไม่สะดุด

ฝั่งผู้โอน (เจ้าของเดิม)

- เล่มทะเบียนตัวจริง

- บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา

- แบบคำขอโอนและรับโอน (เซ็นชื่อเรียบร้อย)

ฝั่งผู้รับโอน (เจ้าของใหม่)

- บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา

- สำเนาทะเบียนบ้าน (ในบางกรณี)

- เงินสำหรับค่าธรรมเนียมและค่าอากร

หากมีการมอบอำนาจ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจให้ครบถ้วน

ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์

1. นำรถเข้าตรวจสภาพ เจ้าหน้าที่จะตรวจเลขเครื่องและเลขตัวถังให้ตรงกับข้อมูลในเล่มทะเบียน

2. ยื่นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดที่ช่องบริการของกรมการขนส่งทางบก

3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และคำนวณค่าธรรมเนียมพร้อมค่าอากรแสตมป์

4. ชำระค่าธรรมเนียมตามที่แจ้ง

5. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลเจ้าของใหม่ลงในระบบ และแก้ไขชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียน

เมื่อดำเนินการครบทุกขั้นตอนแล้ว การโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย ขี่ใช้งานต่อได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลปัญหาตามมาครับ

ค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์

ค่าธรรมเนียมการโอนจะคิดตามมูลค่าของรถ โดยทั่วไปอยู่ในหลักสิบถึงหลักร้อยบาท ค่าอากรแสตมป์จะคิดตามราคาซื้อขายที่ระบุในเอกสาร หากระบุราคาต่ำเกินจริง อาจถูกเจ้าหน้าที่สอบถามหรือประเมินใหม่

ดังนั้นควรเตรียมเงินเผื่อไว้เล็กน้อยจะช่วยให้ขั้นตอนไม่สะดุด และไม่ต้องเสียเวลาเดินเข้า-ออกหลายรอบ

ถ้าไม่โอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์ให้ถูกต้อง จะเกิดอะไรขึ้น?

- เจ้าของเดิมอาจถูกเรียกให้รับผิดชอบ หากรถไปเกิดอุบัติเหตุ

- ปัญหาเรื่องใบสั่ง ค่าปรับ หรือภาษีค้างชำระย้อนหลัง

- ผู้รับโอนไม่สามารถต่อภาษี หรือทำธุรกรรมเกี่ยวกับรถได้

- รถมีประวัติไม่ชัดเจน ขายต่อยาก ราคาตก

การโอนกรรมสิทธิ์มอเตอร์ไซค์อาจดูเป็นเรื่องเอกสาร แต่ผลของมันกระทบทั้งเงิน เวลา และความสบายใจในระยะยาว ถ้าคุณกำลังจะซื้อหรือขายรถ อย่ามองข้ามขั้นตอนนี้เด็ดขาด ด้วยความห่วงใยจาก 35 ยนตรการครับ

Copyright © 2022Yontrakan All Right Reserved.